สีซอให้ ควายฟัง

พิชัย รัตตกุล"คุณอภิสิทธิ์ใช้คนไม่เป็น"

: สัมภาษณ์พิเศษโดย ยศวดี หงษ์ทอง

        ความพ่ายแพ้การเลือกตั้งส.ส.ของ "พรรคประชาธิปัตย์" ที่ผ่านมา เกิดกระแสการเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างพรรคกันขนานใหญ่ เพราะเห็นว่าการบริหารงานของพรรคที่ผ่านมามีผู้กำหนดทิศทางการขับเคลื่อน อยู่เพียง 2-3 คนเท่านั้น

           "พิชัย รัตตกุล" รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ อดีตหัวหน้าพรรค เปิดใจครั้งแรกกับ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงมุมมองที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ โดยเห็นว่า แม้พรรคพยายามสร้างให้เป็นสถาบัน แต่ยังไม่สามารถก้าวไปถึงจุดนั้นได้ ทั้งที่ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนดี ซื่อสัตย์ มีความสามารถ เพราะอภิสิทธิ์ใช้คนไม่เป็น เนื่องจากอยู่กลางวงล้อมของคน 3-5 คนเท่านั้น คนที่ครอบงำอาจจะรุนแรงเกินไป และคนที่ให้คำปรึกษาก็ให้ข้อมูลไม่ตรง เมื่อมีโอกาสเจอกับ "อภิสิทธิ์" ก็พูดคำนี้อยู่บ่อยๆ

           "พิชัย" ได้ยกตัวอย่างสมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขณะนั้นมีหลายคนได้ร่วมทำงานกับรัฐบาลพล.อ.เปรม "พิชัย" เป็นรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ชวน หลีกภัย ช่วงนั้นทำงานกับนายกฯเปรม สนุกที่สุด เพราะเห็นผลงานและไม่มีปัญหาคดโกง ทั้งที่สมัยที่พล.อ.เปรมเป็นนายกฯ บ้านเมืองแย่มากทุกด้าน แต่พล.อ.เปรมเลือกคนมีความรู้ มีประสบการณ์มาช่วยทำงาน จึงสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากที่แย่ให้ฟื้นขึ้นมาได้ อภิสิทธิ์เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ แต่ใช้คนไม่เป็น ใช้คนไม่กี่คนที่ล้อมรอบ แม้กระทั่งนายกฯชวน คุณบัญญัติ (บรรทัดฐาน) ก็เคยเตือน แต่ก็ไม่มีใครฟัง

           "พิชัย" ได้ชี้ถึงจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบันที่ได้ส.ส.ภาคอีสานน้อยมาก เมื่อเทียบสมัยที่ "พิชัย" เป็นหัวหน้าพรรค ได้ส.ส.อีสานมาถึง 28 คน เมื่อออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาแล้วก็พูดอยู่บ่อยๆ ว่า พรรคต้องสร้างคนใหม่ที่อีสาน ตั้งแต่สมาชิกอบต., อบจ. หรือนักเรียน แต่พรรคประชาธิปัตย์จะทำก็ต่อเมื่อใกล้เลือกตั้ง ถ้าไม่สร้างคนขึ้นมาจะหาคนรุ่นใหม่ได้อย่างไร โดยเฉพาะขณะนี้เรามีเวลา 4 ปีจะต้องรีบสร้างคนขึ้นมา คนหนุ่มสาวอายุ 14-15 เลือกฝึกขึ้นมา อีก 10 ปี 25 ปี ประชาธิปัตย์ต้องมองไกลถึงขนาดนั้น และที่พูดคือไกลถึง 20 ปีข้างหน้า เพราะพรรคต้องมีส.ส.อีสานมากกว่าปัจจุบัน

           ส่วน เรื่องนโยบายของพรรค "อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" มองว่า ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า จะทำนโยบายก่อนการเลือกตั้ง คนวางยุทธศาสตร์ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" วางยุทธศาสตร์เฉพาะหน้า ไม่ได้วางเผื่ออนาคต  5-10 ปี หรือ 20 ปี เพราะฉะนั้นนโยบายเรื่องพักหนี้ อย่างเป็นรัฐบาล 2 ปีกว่า เคยไปว่านโยบายประชานิยม ซึ่งส่วนตัวคิดว่าโครงการประชานิยมบางอันดีนะ เลียนแบบมาจากอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช เงินผัน 4 ปี ปีละ 4,000 ล้าน ต่อมาพล.อ.เปรม ก็ใช้วิธีการแบบอาจารย์คึกฤทธิ์ แต่เพิ่มเป็น 6-7 พันล้าน ดังนั้นควรนำนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาปรับใหม่

          "พิชัย" ปัจจุบันเป็น "รองประธานสภาที่ปรึกษาพรรค" บอกว่า ที่ผ่านมามีประชุม 2 ครั้ง และไปร่วมทั้ง 2 ครั้ง แต่ต่อไปคงไม่ไปอีกแล้ว เสียเวลามาก คนเป็นสภาที่ปรึกษาเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาไม่มีวาระการประชุม

          “คุณแต่งตั้งสภาที่ปรึกษา เอาผู้ใหญ่ เอาอดีตหัวหน้าพรรคเอาผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนมาเป็นที่สภาที่ปรึกษา ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ คนเหล่านี้มีประสบการณ์มากที่จะแนะนำอะไรได้บ้าง เวลานี้วัฒนธรรมของประชาธิปัตย์ดั้งเดิมหายไปหมดแล้ว ทั้งวิธีการทำงาน ใช้คนวัฒนธรรมของเราสันดานของเรา สมัยคุณควง อภัยวงศ์ สร้างมา ที่สืบทอดมาเรื่อยๆ มันหมดไปแล้ว” พิชัย กล่าว

           สำหรับมุมมองต่อคนรุ่นใหม่ในพรรค "อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์" บอกว่า ไปพรรคปีละครั้งคือ วันที่ 6 เมษายน ซึ่งเป็นวันทำบุญวันเกิดพรรค นอกนั้นไม่ไปเลย กว่า 50 ปีที่เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ รู้สึกเสียดาย หรือเสียใจหลายอย่างเกิดขึ้น เตือนไปแล้ว แต่เมื่อไม่ทำตามก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นี่เป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่ไม่ไปที่พรรคเลย แต่ประชุมใหญ่พรรควันที่ 6 สิงหาคม ในข้อบังคับต้องให้อดีตหัวหน้าพรรคไปร่วมด้วย ยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ไป

          "ผมไม่ชอบคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะที่เป็นส.ส.ครั้งเดียวแล้วเป็นรัฐมนตรี แต่ละคนบอกตรงๆ หยิ่งยโส ไม่มีสัมมาคารวะ ใหญ่จังเลย ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์ รัฐมนตรีหลายคนใหญ่เหลือเกิน สิ่งเหล่านี่ไม่ใช่วัฒนธรรมประชาธิปัตย์ เพราะวัฒนธรรมประชาธิปัตย์ผู้น้อยจะเคารพผู้ใหญ่ มีสัมมาคารวะ ในยุคหลังๆแย่ วัฒนธรรมเก่าหายไป" พิชัย กล่าว

           "พิชัย" ยอมรับว่า การจะฟื้นศรัทธากลับมาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องแก้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง "อภิสิทธิ์" ควรเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป เพราะขณะนี้ไม่มีใครที่จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วกลับไปรื้อฟื้นวัฒนธรรมเดิม ใช้คนเก่า สร้างคนใหม่ต้องให้ความสำคัญกับคนทุกภาค โดยเฉพาะอีสาน "อภิสิทธิ์" จะปรับตัวเองได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกใครมาเป็นคนใกล้ชิดช่วยทำงาน เวลานี้ "อภิสิทธิ์" มีโอกาสจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีก 8 ปี (กรณีเพื่อไทยเป็นรัฐบาล 2 สมัย) ก็แค่ 50 กว่าๆ ไม่เป็นไรยังอ่อนมาก

           "พิชัย" ได้พูดถึง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวชมเชยที่พยายามป้องกัน "อภิสิทธิ์" เต็มที่ และเห็นว่า "อภิสิทธิ์" อยู่ได้เพราะมี "สุเทพ" เป็นพลังมหาศาล แต่ไม่ชอบบุคลิกท่าทางของ "สุเทพ"

          "พิชัย" เห็นว่าจุดอ่อนที่สำคัญของพรรคคือการบริหารงาน ไม่ฟังคนเก่าคนแก่ อภิสิทธิ์เคยมาหา 2 ครั้งสมัยเป็นนายกฯ ได้แนะนำหลายอย่าง แต่ไม่ทำสักอย่าง เคยคุยวิธีจะแก้ไขความปรองดอง บอกขั้นตอนทุกอย่าง แม้กระทั่งก่อนเลือกตั้งหลายเดือน เตรียมจะบินไปคุยกับทักษิณแบบส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค เพราะรู้จักทักษิณ ได้กำหนดวันจะไป ทักษิณก็ตกลงหมดทุกอย่าง แต่ก็มีข่าวเรื่องการยุบสภาเสียก่อน ทุกอย่างที่วางไว้ก็จบ ซึ่งได้เล่าให้อภิสิทธิ์ฟัง แต่ก็รับฟังเฉยๆ ตราบใดไม่แก้ปัญหาตามที่เสนอไม่มีทางเกิดความปรองดองได้

           “เคยมีคนบอกว่า คุณอภิสิทธิ์ โง่ ทำไมไม่เอาผมไปใช้ ใช้ผมให้เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ก็ได้ ผมสามารถช่วยงานทั่วประเทศได้ ไม่เฉพาะกทม. อย่างน้อยที่สุดผมมีพวกโรตารี่ 300 กว่าสโมสร ผมไม่ต้องขอ เพราะเขารู้ว่า เมื่อผมอยู่พรรคเขาต้องช่วยเต็มที่" พิชัยกล่าวทิ้งท้ายก่อนจบการสนทนา

ดู: 95

Attachments:

ตอบกลับสิ่งนี้